เห็ดหลินจือ
เห็ดมหัศจรรย์ อีกทางเลือกหนึ่ง
ในการนำมาดูแลตนเอง
เห็ดมหัศจรรย์ อีกทางเลือกหนึ่ง
ในการนำมาดูแลตนเอง
ความสำคัญและประโยชน์
เห็ดหลินจือ หรือ เห็ดหมื่นปี เป็นสมุนไพรที่หายาก มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในป่าเขาของ ประเทศจีน ปัจจุบันสามารถเพาะเลี้ยงได้ในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย และได้เป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ที่ประกอบด้วยงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ งานวิจัย โรงเพาะเห็ดและโรงผลิตน้ำเห็ดหลินจือรสน้ำผึ้งบรรจุกระป๋อง รวมทั้งการผลิตเห็ดฝานเป็นแผ่นบรรจุซอง ใช้บริโภคเพื่อการบำรุงร่างกาย
ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มีนักวิชาการหลายประเทศได้ทำการวิจัยเห็ดหลินจือ อย่าง
กว้างขวาง มีเอกสารวิชาการที่เผยแพร่ออกมามากกว่าร้อยฉบับ ทั้งด้านการศึกษาองค์ประกอบทาง
เคมี สารออกฤทธิ์ สรรพคุณทางยา มีการทดลองในห้องปฏิบัติการและรายงานเชิงสถิติทางการแพทย์
ในการรักษาโรค ซึ่งพบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค การรักษาอาการแพ้ การ
บำรุงตับ การกำจัดพิษ การรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน การลดไขมันในเลือด การบรรเทา
ปวด ลดการอักเสบ ไปจนกระทั่งการชะลอความแก่ โดนเฉพาะการตรวจสอบทางพิษวิทยาพบว่าเป็น
สารสมุนไพรที่มีความปลอดภัย ไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด
มีองค์กรต่างๆ ในไทยให้ความสนใจศึกษา ทั้งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์บริการ
คณะแพทย์ศาสตร์ต่าง ๆ และทางองค์การเภสัชกรรม ได้ผลิตเป็นยาเม็ดสำเร็จรูปเพื่อสะดวกในการ
บริโภค ศูนย์ความร่วมมือทางการแพทย์ไทย-จีน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ให้การ
สนับสนุนในการประสานงานให้มีพัฒนาการทางวิชาการของเห็ดหลินจือ ตามหลักวิทยาศาสตร์การ
แพทย์ ส่งเสริมศึกษาวิจัยอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบ การสนับสนุนการใช้สมุนไพรเพื่อส่งเสริม และ
ทดแทนการใช้ยาแผนปัจจุบัน เป็นการช่วยลดดุลการนำเข้ายาจากต่างประเทศอย่างไรก็ตาม เห็ดหลินจือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในพืชสมุนไพรหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่สามารถที่จะรักษาอาการป่วยได้ทุกโรค การใช้จึงควรมีวิจารณญาณ มีเหตุมีผล มีความรู้ ความเข้าใจ สรรพคุณและวิธีการใช้ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง และติดตามผลอย่างใกล้ชิดทั้งนี้เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย หรือผู้บริโภคอย่างแท้จริง (สุรพล และชวลิต, 2539)
ลักษณะทางชีววิทยาและสัณฐานวิทยาของเห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือเป็นราขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในอาณาจักรรา ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่สามารถ
สังเคราะห์อาหารจากแสงแดดได้เหมือนพืชทั่ว ๆ ไป ต้องดำรงชีพโดยการได้รับสารอาหารจากสิ่งแวด
ล้อม ซึ่งมักเป็นซากพืช เช่น ขอนไม้ เห็ดจะปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยสลายวัสดุรองรับที่เป็นอาหารแล้ว
ดูดซึมเข้าสู่เซลล์ วัสดุรองรับตามธรรมชาติ หรือวัสดุเพาะเลี้ยง จึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต
การจำแนกเห็ดหลินจือ
ชื่อไทย เห็ดหลินจือ เห็ดหัวงู เห็ดนางกวัก เห็ดขอนไม้ เห็ดอมตะ เห็ดแลคเกอร์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ganoderma lucidum (Leys.ex Fr.) Karst.
ชื่อสามัญอังกฤษ Ling Zhi, Holy mushroom, Mannentake (10,000 years
mushroom), Lacquered mushroom
Subdivision Basidiomycotina
Class HymenomycetesSubclass Holobasidiomycetidae
Order Aphyllophorales
Family Ganodermataceae (Polyporaceae)
Genus Ganoderma
Specie lucidum
สัณฐานวิทยา
สาธิต (2539) ได้กล่าวถึงเห็ดหลินจือว่าเป็นเห็ดที่ไม่เหมือนกับเห็ดทีคนทั่วไปรู้จักอยู่แต่เดิม เพราะไม่มีครีบใต้หมวกดอกเหมือนเห็ดที่พบในตลาดทั่วไป ลักษณะโครงสร้างของดอกแข็งแรง ก้านและหลังดอกที่ถูกน้ำฝนชะล้างจะเป็นเงามันเหมือนเคลือบด้วยแลคเกอร์ ดอกที่เกิดใหม่จะมีลักษณะเป็นแท่งชูขึ้น ปลายหน่อจะมีสีขาวหม่นดอกเห็ดจะเจริญเติบโตขนานไปกับพื้นโลก เมื่อดอกโตจะแผ่ออกมีรูปร่างคล้ายรูปไตของคนดอกอ่อนจะมีขอบนอกเป็นสีขาว แล้วค่อย ๆ เหลืองเข้ามาด้านในจนเป็นสีน้ำตาลและสีน้ำตาลแดงในที่สุด
ก้านดอกจะอยู่กลางดอก หรือด้านข้างของดอก และบางครั้งอาจไม่มีก้าน ใต้หมวกดอกมีรู
พรุนเรียงกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ เพื่อการปลดปล่อยสปอร์ ดอกอาจเกิดเป็นดอกเดี่ยว หรือเกิดพร้อม
กันหลายดอก ขนาดดอกใหญ่ หรือเล็กขึ้นอยู่กับสถานที่เกิดและแหล่งอาหารตามธรรมชาติอาจมีสีใต้หมวกเป็นสีขาวหม่น และพบการเกิดของดอกเห็ดตามตอไม้ ผิวของเปลือกไม้ที่ตายแล้ว หรือตามผิวดินที่มีส่วนของต้นไม้เก่าฝังอยู่ จะเรียกชื่อตามลักษณะรูปร่าง สีสันและความเชื่อถือที่มีต่อเห็ด จึงมีชื่อหลากหลายไปตามแต่ละท้องถิ่นภาพบนแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของ ขนาดดอก สี ลักษณะรูปร่างในเห็ดสกุลGanoderma ส่วนภาพล่างแสดงการเกิดของเห็ดสกุลนี้ที่บริเวณเปลือกไม้ในธรรมชาติ
การเพาะเห็ดหลินจือ
ศุภนิตย์ (2538) ได้กล่าวถึงเห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum) ว่าเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศ
จีน เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน เนื่องจากเชื่อว่าเมื่อบริโภคเห็ดชนิดนี้แล้วสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด
เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ และโรคมะเร็ง ซึ่งขณะนี้แล้วสถาบันการแพทย์ของไทยกำลังเร่ง
ดำเนินการวิจัยอย่างจริงจังเพื่อพิสูจน์คุณสมบัติของเห็ดหลินจือในการรักษาโรคดังกล่าว สถาบันมะเร็ง
แห่งชาติ วิจัยฤทธิ์การต่อต้านมะเร็งของเห็ดหลินจือ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล วิจัยการ
ต่อต้านมะเร็งในกระดูกและคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีวิจัยฤทธิ์ในการลดคอเลสเตอรอล
และน้ำตาลในเลือด คาดว่าจะสามารถสรุปผลการวิจัยได้เร็วๆ นี้
สำหรับเทคนิคการเพาะเห็ดหลินจือให้ได้ผลดีนั้น กลุ่มงานชีววิทยาประยุกต์ กองโรคพืชและ
จุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร ได้ทำการวิจัยเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
ผลการวิจัยพบว่า สายพันธุ์ จี 2 ให้ผลผลิตสูง คุณภาพดี และสามารถเพาะเลี้ยงได้ตลอดปี ลักษณะ
เด่นของเห็ดสายพันธุ์นี้ คือ ดอกวัยอ่อนจะมีสีเหลืองเป็นริ้วสลับกับสีน้ำตาล เมื่อดอกแก่เต็มที่ มีรูปร่าง
ครึ่งวงกลมคล้ายคมขวานโบราณ ด้านบนมีสีน้ำตาลเข้ม ส่วนด้านล่างมีสีเหลืองอ่อน หรือขาว รัศมี
ของดอกจากส่วนโคนถึงปลายดอกเฉลี่ย 6 เซนติเมตร ความยาวจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง
ยาวประมาณ 9 เซนติเมตร และหนา 1 เซนติเมตรโดยเฉลี่ย
สำหรับเทคนิคในการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ ทำได้ดังนี้
1. เตรียมอาหารเพาะเห็ด โดยใช้ขี้เลื่อยไม้เบญจพรรณ หมักไว้นาน 2 เดือน จำนวน
100 กก. ผสมปูนขาว 7 กก. ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 2 กก. เติมน้ำสะอาด และคลุกเคล้าจนทั่วให้
มีความชื้น 60-65 % ทดสอบด้วยการบีบอาหารผสมให้แน่นด้วยมือ แล้วคลายออก หากอาหารผสม
ไม่แฉะ หรือแตกกระจายและยังคงสภาพอยู่ได้ ถือว่าใช้ได้
2. บรรจุอาหารผสมลงถุง ใช้ถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 7 x 13 นิ้ว บรรจุอาหารผสมลง
ปริมาณ 800-900 กรัมต่อถุง อัดให้แน่นพอประมาณ รวบปากถุง สอดเข้าในคอขวดพลาสติกขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว และสูง 1 นิ้ว ดึงปากถุงพับลงรัดด้วยยาง เปิดรูในอาหารผสมโดยใช้ไม้แหลม
แทงลงตอนกลางจากปากถุงให้เกิดช่องว่างสำหรับใส่เชื้อเห็ด แล้วสวมฝาครอบสำเร็จและฝาปิด
3. นึ่งถุงอาหารฆ่าเชื้อในหม้อนึ่งชนิดไม่อัดความดันนานประมาณ 2-3 ชม. หรือนึ่งในหม้อนึ่ง
ที่อัดความดันนาน 1 ชม. นับจากไอน้ำเดือด ทิ้งไว้จนเย็น
4. นำเชื้อเห็ดใส่ลงถุงอาหาร เปิดฝาครอบถุงอาหารออก นำเชื้อเห็ดจากที่เพาะด้วยเมล็ดข้าว
ฟ่างบรรจุในขวดแบน ลนปากขวดด้วยไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์ เพื่อทำลายเชื้อโรคอื่น ๆ เทเชื้อที่
เจริญบนเมล็ดข้าวฟ่างจำนวน 15-20 เมล็ด ลงในถุงอาหารที่เปิดรูไว้ รีบปิดฝาครอบไว้ดั้งเดิม ขณะ
ถ่ายเชื้อเห็ดระวังอย่าให้ลมพัดผ่าน เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนจากเชื้ออื่นได้ แล้วปิดฝาครอบถุง
อาหารทันที
5. บ่มถุงอาหารผสมหรือก้อนเชื้อในที่มืดนาน 1 เดือน อาจวางตามแนวตั้งหรือนอนก็ได้ จน
เส้นใยเจริญเต็มถุงอาหาร
6. นำถุงอาหารเข้าเก็บในโรงเรือน โดยการวางซ้อนกันในแนวนอน แล้วเปิดฝาครอบปากถุง
ออก รดน้ำลงบนพื้นโรงเรือน อย่าให้น้ำถูกดอกเห็ด ภายในโรงเรือนต้องมีอากาศถ่ายเทและมีแสง
สว่างส่องถึง เส้นใยจะเปลี่ยนเป็นดอกเห็ดหลังจากเปิดฝาครอบปากถุงแล้วประมาณ 1 เดือน ควรเก็บ
ดอกเห็ดที่แก่เต็มที่แล้วเท่านั้น ระยะนี้ดอกเห็ดจะมีสีน้ำตาลเข้ม ผลผลิตน้ำหนักสดเฉลี่ย 50-100 กรัม
ต่อถุง
7. การทำเห็ดแห้ง ตัดส่วนก้านดอกทิ้งบางส่วน ล้างเห็ดให้สะอาด ทิ้งไว้จนสะเด็ดน้ำหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ นำไปตากแดด 1 แดด แล้วนำเข้าตู้อบที่มีอุณหภูมิ 60 0 ซ เป็นเวลา 12 ชม. หรือ 67 0 ซ
นาน 3 ชม. ส่วนเห็ดหลินจือ อบที่อุณหภูมิ 67 0 ซ จะทำให้มีกลิ่นหอมขึ้น เนื่องจากที่ระดับ
อุณหภูมินี้จะทำให้ต่อมน้ำมันในเนื้อเยื่อแตกตัว จากนั้นนำมาผึ่งให้เย็นแล้วบรรจุถุงพลาสติก เก็บไว้
บริโภคหรือจำหน่าย ราคาจำหน่ายทั่วไป 50 กรัม ราคา 100 บาท
ความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณเห็ดหลินจือ
มีคำถามเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาที่เห็ดหลินจือสามารถสร้างขึ้นว่ามีสรรพคุณเป็นไปในแนว
ทางใด สามารถป้องกันและลดโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ได้มากน้อยเพียงใด และหากจะนำมา
ใช้ในการบำบัดรักษาควรใช้เห็ดหลินจือในรูปแบบใดจึงจะเหมาะสมให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค
ชมรมเทคโนโลยีทางอาหารและชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ช่วย
ตอบคำถามต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อความเข้าใจอย่างชัดเจนในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับประจำวันที่ 15
และ 21 กรกฏาคม 2539 ดังต่อไปนี้
สารให้สรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือ
การที่เห็ดหลินจือมีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างกว้างขวาง ทำให้เป็นที่สนใจของ
นักวิทยาศาสตร์และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมาก มีการนำเห็ดชนิดนี้มาศึกษาวิจัยในด้านต่าง ๆ ที่มีในเห็ดเท่าที่มีการรายงานไว้พบว่า มีสารสำคัญอยู่หลายกลุ่มที่ทำให้เห็ดหลินจือมีคุณค่าต่อการรักษาโรคต่างๆ ได้แก่
1. กลุ่มสารคาร์โบไฮเดรต (genodarans) หรือสารโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharides) มีอยู่หลายชนิดที่มีความสำคัญต่อการรักษาโรค เช่น สารเบต้ากลูแคน (beta-D-glucan) ช่วยยับยั้งการ
เจริญของมะเร็ง ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกายเรา
ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้สาร
เคมีและรังสีรักษาโรคมะเร็งในผู้ป่วย ช่วยลดการอักเสบ สารกาโนเดอร์แรนส์ (ganoderans) ช่วยลด
ระดับน้ำตาลในเลือด (เบาหวาน)
2. สารสเตอรอยด์ (steroids) ตัวอย่างสารที่มีสรรพคุณทางยาที่สำคัญในกลุ่มนี้คือ สารกา
โนโดสเตอโรน (ganodosterone) มีคุณสมบัติช่วยลดพิษที่มีต่อตับ ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับมี
อาการดีขึ้น
3. กลุ่มสารไตรเทอร์ปินอยด์ชนิดขม (bitter triterpenoids) สารในกลุ่มนี้มีอยู่หลายชนิดที่มี
สรรพคุณทางยาที่สำคัญ เช่น กรดกาโนเดอริก (ganoderic acid) และกรดลูซิเดนิค (lucidenic
acid) ซึ่งจะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดความดันของเลือด ยับยั้งการหลั่งสารฮิสตามินที่ทำให้
เกิดโรคภูมิแพ้บางชนิด
4. สารนิวคลีโอไทด์ (nucleotides) สารในกลุ่มนี้จะมีคุณสมบัติในการป้องกันการรวมตัว
เกล็ดเลือด ทำให้ไม่เกิดการอุดตันในเส้นเลือด โอกาสที่จะเกิดอัมพาตลดลง และยังช่วยบรรเทาความ
เจ็บปวดด้วย
5. สารเจอร์มาเนียม (Germanium,Ge) สารตัวนี้จะกระตุ้นการทำงานของร่างกายและยังช่วย
ขจัดสารพิษและสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้
6. สารอื่น ๆ เพราะสารเคมีต่าง ๆ เหล่านี้นี่เองจึงทำให้เห็ดหลินจือมีสรรพคุณอย่างเหลือเชื่อดังนั้นจึงไม่น่าแปลกนักที่เห็ดนี้จะมีราคาแพงกว่าเห็ดทั่ว ๆ ไป
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือ
เนื่องจากเห็ดหลินจือมีสรรพคุณในการรักษาอาการเจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ ได้หลายชนิด และ
ให้ผลในการรักษาอยู่ในระดับดีพอควร ดังนั้นจึงเป็นเห็ดที่ได้รับความสนใจกันมากและมีการนำมาวาง
ขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไปเห็ดที่ขายกันมีทั้งอยู่ในรูปดอกแห้ง ดอกฝานเป็นชิ้นบาง ๆ สปอร์ หรือสารสกัดจากเห็ดที่ทำเป็นรูปผงบรรจุแคปซูล หรืออัดเป็นเม็ด และเห็ดที่อยู่ในรูปแบบอื่น เช่น เครื่องดื่มจากน้ำเห็ดหลินจือเห็ดเหล่านี้เมื่อจะซื้อควรสังเกตและเลือกให้ดีจึงจะได้เห็ดที่มีคุณภาพ สะอาด และ ปลอดภัยดังนั้นในการซื้อควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนจ่ายเงิน
ดอกเห็ดแห้ง
ควรเลือกซื้อดอกเห็ดจากฟาร์มเพาะเลี้ยง หรือองค์กร สถาบันฯ ที่เป็นที่รับรอง จะได้เห็ดสาย
พันธุ์งาม ซึ่งจะมีคุณภาพที่ดีสม่ำเสมอกว่าเห็ดที่เก็บมาจากธรรมชาติ ไม่สามารถควบคุมพันธุ์และสิ่ง
แวดล้อมที่เห็ดเจริญเติบโตได้ รวมทั้งมักมีการปนเปื้อนของสิ่งอื่นได้ง่ายควรเลือกดอกเห็ดที่ใหม่ไม่เก็บเก่าเกินไป ดอกแห้งสนิท เลือกดอกเห็ดที่เป็นดอกเดี่ยวลักษณะคล้ายพัด รูปร่างกลมมน ไม่บิดเบี้ยว ขอบหนาและไม่ผุกร่อน ดอกมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดงสม่ำเสมอเป็นมันเงา ใต้ดอกสีขาวนวล หรือสีเหลืองอ่อนหรือแก่ ไม่มีสีเขียวหรือสีดำจากการปนเปื้อนของเชื้อรา ไม่มีร่องรอยมอด แมลง ชอนไช
ดอกเห็ดที่ฝานเป็นชิ้นบาง ๆเวลาซื้อควรสังเกตสีของเนื้อเห็ดต้องสม่ำเสมอ ไม่มีกลิ่นอับชื้น ชิ้นเห็ดไม่มีรูของมอดแมลงกินหรือมีเชื้อราขึ้น ชิ้นเห็ดไม่ควรผุกร่อนง่าย เมื่อชิมจะมีรสขม และควรบรรจุในภาชนะที่สะอาดแคปซูลเห็ดที่บรรจุภายในแคปซูล ควรเป็นสารสกัดของเห็ด หรือสปอร์เห็ดไม่ควรซื้อแคปซูลที่บรรจุด้วเห็ดดิบที่นำมาบดเป็นผงละเอียด เพราะเมื่อรับประทานร่างกายจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรนอกจากกาก เพราะร่างกายไม่สามารถสกัดสารออกฤทธิ์จากเนื้อเห็ดได้ และควรเลือกซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้
เห็ดในรูปอื่น ๆเช่น น้ำเห็ดหลินจือกระป๋อง และ ชาชงสำเร็จรูป ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากระบุส่วนประกอบ และแหล่งผลิตชัดเจน
ที่มา www.agric-prod.mju.ac.th

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น