3.2.58

ส้มแขก หรือ Garcinia




 ส้มแขก หรือ Garcinia
 
 

       ส้มแขกเป็นผลไม้ทางภาคใต้ของไทย ผลขนาดเท่าผลส้มโอ ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อสุกจะมีสีส้มอมน้ำตาล ส้มแขกมีชื่อภาษาอักกฤษว่า การ์ซิเนีย (Garcinia) ซึ่งมาจากชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia cambogia Desr.
         สารสำคัญในผลส้มแขก คือ กรดไฮดรอกซีซิตริก (Hydroxycitric acid: HCA) กรดชนิดนี้ยังพบได้ในผลส้มแขกแล้ว ใบชะมวงก็มี HCA เช่นกัน ซึ่งสารชนิดนี้ยับยั้ง เอทีพี ซิเตรท ไลเอส (ATP citrate lyase) จึงช่วยไม่ให้เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคส ไปเป็นไขมัน จึงมีผลทำให้รูปร่างเพรียว
การทดสอบทางคลินิกกับผู้ที่มีไขมันหน้าท้องมากกว่า 90 ตารางเซนติเมตร ที่มีอายุระหว่าง 20-65 ปี จำนวน 44 คน ซึ่งแบ่งกลุ่มแบบสุ่ม โดยให้กลุ่มหนึ่งรับประทานสารสกัดจากสัมแขกที่มีสาร HCA 1,000 มิลลิกรัม และอีกกลุ่มรับประทานยาหลอก (ยาที่ไม่มีสารสกัดจากผลส้มแขก) หลังจากทดสอบนาน 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่รับประทานสารสกัดผลส้มแขก มีไขมันหน้าท้องและไขมันใต้ผิวหนังลดลง อย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีผลข้างเคียง
      การทดสอบทางคลินิก ถึงประสิทธิภาพของ HCA และสารสกัดจากบุก (Konjac glucomannan: KGM) ในการยับยั้ง เอทีพี ซิเตรท ไลเอส ด้วยการรักษาคนป่วยโรคอ้วนจำนวน 48 คน แบ่งกลุ่มแบบสุ่ม ให้กลุ่มหนึ่งรับประทานสารสกัด HCA 2.4 กรัม และ KGM 1.5 กรัมก่อนอาหาร 3 มื้อ ซึ่งไม่ต้องจำกัดอาหาร หลังจากการทดสอบนาน 12 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่รับประทานสารสกัดผลส้มแขก และบุก มีไขมันไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลชนิดเลว ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
         การสกัดสารสำคัญจากผลสัมแขก ทำได้ไม่ยาก เนื่องจาก สาร HCA เป็นกรดอ่อนจึงละลายน้ำ เพียงแค่นำผลส้มแขกมาต้มก็จะได้สารสกัดจากผลส้มแขกแล้ว ซึ่งการต้มกินเองจะราคาถูกกว่าซื้อสำเร็จรูปมารับประทานหลายเท่า
         
          ส้มแขก หรือ Garconia atroviridis / HCA คือ สารสกัดธรรมชาติจากผลส้มแขกของไทย ให้สารไฮดรอกซีซิตริกแอสิด หรือ เอชซีเอ ที่มีปริมาณสูงสุดในโลก (มากกว่า 70%) และละลายน้ำได้ 100% ร่างกายจึงดูดซึมไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
         ทำให้ยับยั้งการนำน้ำตาล จากอาหารประเภท แป้ง ข้าว และน้ำตาล ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามร่างกายแต่จะนำไปใช้เป็นพลังงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่นไม่อ่อนเพลีย และ เมื่อในกระแสเลือดไม่ขาดน้ำตาล ก็จะทำให้ความรู้สึกหิวอาหารลดลง ไปด้วย ขณะเดียวกัน ก็ จะนำไปสะสมเป็นพลังงานสำรองในรูปของไกลโคเจนที่ตับ ทำให้ร่างกายรับรู้ว่ามีพลังงานสำรองเพียงพอ ทำให้ไม่รู้สึกหิวมาก นอกจากนี้ ยังมีผลไปกระตุ้น ให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมออกมาใช้เป็นพลังงานทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ลดลง ซึ่งจะมีผล ทำให้รูปร่างดีขึ้น
        จากการนำสารสกัดจากผลส้มแขกมารับประทานเพื่อให้น้ำหนักลดลง พบว่าน้ำหนักตัวอาจจะไม่ลดลงเร็วมากนัก ประมาณ 1 กิโลภายใน 3-4 อาทิตย์ แต่รูปร่างจะดีขึ้น เอว(พุง) ลดลง ความอึดอัดลดน้อยลง เนื่องจากไขมันมีน้ำหนักเบากว่ากล้ามเนื้อ ( แต่ถ้าร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อก็จะเกิดการอ่อนแอและโรคแทรกซ้อนได้ง่าย)
       ผ่านกระบวนการสกัดสารระคายเคืองเนื้อเยื่อออกแล้ว จึงไม่มีผลระคายกระเพาะอาหาร เหมือนผลิตภัณฑ์อื่นที่นำผลส้มแขกมาบดเป็นผงแล้วนำมาใส่แคปซูล
        อยู่ในรูปของเกลือแคลเซียมที่ละลายน้ำได้ แต่ผลิตภัณฑ์อื่นอยู่ในรูปของเกลือโซเดียมที่จะมีผลต่อการทำงานของไต และเพิ่มความดันโลหิตได้หรืออยู่ในรูปของเกลือโปแตสเซียมก็จะมีผลต่อการทำ งานของหัวใจและไต
        ผ่านการวิจัยและทดสอบจาก 3 สถาบันทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ โรงพยาบาลรามาธิบดี) ว่า
ใช้ลดไขมันส่วนเกินอย่างได้ผล ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงและไม่ทำให้ผู้ใช้กลับมาอ้วนใหม่เมื่อหยุดใช้

      จากผลการศึกษาวิจัย (ของนักวิทยาศาสตร์ไทย ซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ วิริยะจิตรา และคณะ) ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของสารสกัดจากผลส้มแขก (HCA) ว่าสามารถช่วยลดไขมันในร่างกายได้ดี โดยที่สาร HCA จะไปขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นไขมันได้บาง ส่วน (ร้อยละ ๔๐-๗๐ ซึ่งจะเป็นกระบวนการหลังจากที่ร่างกายได้นำเอาพลังงานที่ควรได้รับจากแป้ง และน้ำตาลไปใช้อย่างเพียงพอแล้ว) ไขมันจึงถูกสร้างน้อยลง ร่างกายมีพลังงานมากขึ้น เพราะไกลโคเจนไม่ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันทั้งหมด เพราะฉะนั้นแหล่งสะสมพลังงานจึงเต็มนานขึ้น ผลคือ อิ่มนานขึ้น หิวช้าลง (กินได้น้อย) ลดความอยากอาหารระหว่างมื้อลงได้
ส้มแขกกับการลดความอ้วน ที่หมอแนะนำ
ประกอบการตัดสินใจ
 
        สารเอชซีเอ เป็นสารสกัดจากผลส้มแขกมีคุณสมบัติในการขัดขวางการเปลี่ยนแปลงสารอาหารจำพวก น้ำตาลกลูโคสเป็นสารอาหารจำพวกไขมันสะสมได้ สารสกัดจากผลส้มแขกเป็นสารจากธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย จะให้ผลทั้งการลดไขมันสะสมใหม่ที่เกิดจากร่างกายของเรามีสารอาหารน้ำตาล กลูโคสเกินความต้องการ และยังส่งผลในการเร่งสลายไขมันเก่าที่สะสมอยู่โดยเฉพาะในคนอ้วน
        ส้มแขก (การ์ซิเนีย GARCINIA) เป็นเครื่องปรุงอาหารที่มีรสเปรี้ยว  ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร เป็นที่นิยมนำมาปรุงเพื่อใช้ในการทำอาหารพื้นเมืองทางภาคใต้   อย่างเช่น  แกงส้ม  ปลาต้มเค็ม     ต้มยำ ฯลฯ
        แต่สิ่งที่ส้มแขกมีมากกว่าความอร่อยคือ สามารถลดไขมันได้เป็นอย่างดี ซึ่งตรงนี้เป็นความก้าวหน้า ทางด้านวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ไทย นำโดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา และคณะ ได้ทำการวิจัย สารสกัดจากส้มแขกในภาคใต้ และค้นพบว่า สามารถลดไขมันซึ่งเป็นส่วนเกินของร่างกาย ได้เป็นอย่างดีทีเดียว
       สารสกัดดังกล่าว เรียกว่า "ไฮ-โซล" (Hi-Sole ย่อมาจาก High HCA Concentration water soluble) ซึ่งมีคุณสมบัติในการสกัดกั้นการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต หรืออาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล เป็นไขมัน
ดอกส้มแขก
        ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโภชนวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประเมินผล ความปลอดภัยของการใช้ ไฮ-โซล พบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของหน้าที่ของตับและไต รวมถึงความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
        ตัวแปรสำคัญ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการละลายไขมันส่วนเกินของร่างกายคือกรดไฮดรอกซี่ซีตริก เอเซ็ก หรือ ที่เรียกว่า "เอชซีเอ" ไฮ-โซล ซึ่งเป็นสารสกัดจากผลส้มแขกไทย จะมีความเข้มข้นของ เอชซีเอสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และเป็นสารที่ละลายน้ำได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ร่างกายสามารถนำเอชซีเอไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่เกิดผลข้างเคียงในระยะยาว
       ในภาคใต้โดยเฉพาะใต้ตอนล่าง หากใครเคยมีโอกาสไปเดินตามตลาดนัดจะพบว่า มีส้มแขกวางขายเยอะแยะ เขาจะฝานออกเป็นชิ้นบาง ๆ นำไปตากแห้งจาผลสีเขียวเหลือง จึงมีสีหมองคล้ำดำ ๆ และแห้งเป็นกรรมวิธีแบบพื้นบ้าน แต่สามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้นานเป็นเวลา หลาย ๆ เดือน วิธีการนำไปใช้ก็ง่าย กว่ามะขามเปียก เพราะไม่ต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาก เพียงนำไปล้างน้ำ ฝุ่นละอองให้สะอาด ก็ใส่ลงไปในหม้อได้เลย ใช้เพียงไม่กี่กลีบก็ได้รสเปรี้ยวแบบนุ่ม ๆ กลิ่นหอมชวนรับประทาน
       และหากใครจะนำไปต้มน้ำมารับประทาน โดยไม่ปรุงแต่งรสก็ยิ่งน่าจะดีกว่าการไปหาซื้อ พวกผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน ซึ่งมีขายกันอยู่ในท้องตลาดราคาก็แพงกันสุด สุด แต่หากใครลองหาซื้อส้มแขกมาลองต้มดูจะได้อะไรที่มาจากธรรมชาติเพียว ๆ ออกฤทธิ์เห็นผลแน่นอน แถมราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด
         เมื่อรับประทานในระยะแรก อาจจะทำให้รู้สึกหิวบ่อยขึ้น เนื่องจากการทำงานของการ์ซิเนีย ทำให้ร่างกายมีการเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร ซึ่งจะใช้เวลาราว 1-2 สัปดาห์ และร่างกายจะปรับตัวเองช่วงนี้ก็ให้พยายามดื่มน้ำมาก ๆ และในระยะยาวจะทำให้รู้สึกไม่หิว และจะค่อย ๆ ปรับสมดุลของร่างกาย ให้พอกับความต้องการ ของพลังงานที่ต้องใช้ต่อวัน ของแต่ละบุคคล ดังนั้นเมื่อหยุดส้มแขกแล้วจึงมักจะไม่กลับมาอ้วนอีก
          การไม่ตามใจปาก และการรู้ตัวและมีสติเสมอ ไม่อ้วนแน่

ขอบคุณข้อมูล 
 http://women.thaiza.com
 https://www.facebook.com/permalink.php

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น