หลินจือ ช่วยร่างกายรู้โรค (ขยะ)
ใครๆ ก็รู้ว่าร่างกายเรานั้นเป็นสุดยอดอัจฉริยะ รู้ว่าสิ่งใดควรเก็บไว้ รู้ว่าสิ่งใดควรเก็บไว้ใช้ประโยชน์ รู้รักษาประโยชน์สิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย สิ่งใดไม่จำเป็นก็จะทำการกำจัด และขับออกจากร่างกาย ถึงแม้ว่าร่างกายจะเป็นอัจฉริยะอย่างว่า แต่ก็มีบางครั้งที่ร่างกายเรางง จะต้องมีสิ่งอื่นไปกระตุ้นเตือน และสื่อสารให้ร่างกายได้รู้จักรักษาร่างกาย และสร้างภูมิ และมีพลังพอที่จะกำจัดขยะ
เห็ดหลินจือ คือพลังร่างกายที่ร่างกายต้องการ และเมื่อร่างกายได้รับ เราจ้องรู้จักจะได้ไม่พลาดโอกาส เม่ือรับประทานในระยะแรกๆ
เชื่อว่าหลายๆท่าน ที่เคยรู้จักหรืออาจเคยได้ยินได้ ฟังสรรพคุณของหลินจือไม่มากก็น้อยมาบ้างแล้ว แต่เชื่อไหมว่า คนส่วนใหญ่อาจถึงขั้นส่ายหน้าหรือเข็ดขยาดไม่กล้ากินหลินจือ หรืออาจ ถึงขั้นห้ามไม่ให้คนที่พูดถึงหลินจือกินอีกต่อไป! บางก็ว่าหลินจือสร้างโรค ทำให้เกิดโรค ทำไม?
เพราะ คนส่วนใหญ่ได้ยินได้ฟังสรรพคุณของหลินจือ แต่ไม่รู้เลยว่า หลังจากกินหลินจือแล้วจะเกิดขบวนการการขับพิษ เกิดขบวนการการแสดงปฏิกิริยาของโรค จนเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็น ผลข้างเคียง การ แสดงปฏิกิริยาของโรคหรือการขับพิษ เป็นการแสดงออกของสมุนไพรเกือบทุกชนิด เพียงแต่ สมุนไพรอื่น ๆ นั้น ไม่รุนแรงเหมือนกับหลินจือ
เมื่อรับประทาน หลินจือสู่ร่างกายของเราแล้ว หลินจือจะเข้าสู่ขบวนการต่าง ๆ ทั้งหมด 5 ขบวนการภายในร่างกายของเรา เพียงแต่หลินจือรากและดอก 6 สายพันธุ์จะออกฤทธิ์ในแต่ละขบวนการค่อนข้างจะ รุนแรงกว่าหลินจือทั่ว ๆ ไป
เพราะสรรพคุณที่ชัดเจนจนคุณภาพเต็มร้อย
ขบวนการที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของผู้ที่กินหลินจือ มีทั้งหมด 5 ขบวนการดังนี้
1. การวินิจฉัยโรคหรือการแสดงปฏิกิริยาของโรค
2. การขับพิษหรือการล้างพิษ
3. การปรับความสมดุล
4. การฟื้นฟูสู่สภาพเดิม
5. การเสริมสร้างใหม่ให้แข็งแรง
และนี้เป็นขั้นตอนแรกของขบวนการ ในการรักษา รู้ไว้จะได้ไม่ต้องตกใจ
การวินิจฉัยโรคหรือการแสดงปฏิกิริยาของโรค โดยปรกติแล้ว เมื่อภายในร่างกายของเรามีสิ่ง หนึ่งสิ่งใดผิดปรกติเกิดขึ้น ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่า ภายในร่างกายเกิดอาการผิดปรกติของส่วนใดส่วนหนึ่งหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง ขอให้ช่วยดูแลด้วย ซึ่ง โดยปรกติแล้ว เรามักจะไม่รู้เกี่ยวกับสัญญาณที่ร่างกายส่งเตือนเรา หรือบางปฏิกิริยาที่ส่งสัญญาณนั้นอ่อน หรือเป็นสัญญาณ ที่เราคาดคิดไม่ถึง จึงไม่ได้ให้ความสนใจกี่มากน้อยนัก แต่หลังจากที่กินราชาสมุนไพรหลินจือแล้ว ขบวนการส่งสัญญาณจะชัดขึ้นแรงขึ้น เป็นการบ่งบอก ให้รู้เกี่ยวกับสุขภาพของเรา หรือเป็นโรคใดโรคหนึ่ง บางโรครุนแรงถึงขั้นที่เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็น “ผลข้างเคียง” เรามาทำความรู้จักกับ “สัญญาณการแสดงปฏิกิริยาของโรค” บางส่วน เช่น
ตา เป็นอวัยวะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ตับ เพราะฉะนั้น สัญญาณที่แสดงออกทางตา ดังเช่น ตอนเช้า ตื่นขึ้นมามีขี้ตา ตาแดง (ไม่เกี่ยวกับโรคติดเชื้อตาแดง) ตามัว เป็นสัญญาณที่ร่างกายเตือนให้รู้ว่า ตับ มีปัญญาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
จมูก หรือ ลำคอ ซึ่งอาจทำให้เจ็บจมูกหรือลำคอเจ็บ แห้งผาก จมูกแสบ มักเป็นสัญญาณการขับสารพิษจากภายในร่างกาย แล้วเตือนให้รู้ว่า ร่างกายขาดน้ำให้ดื่มเติม น้ำเข้าภายในร่างกาย ตลอดจนเป็นการแสดงปฏิกิริยาของโรคที่เกี่ยวกับอาการของภูมิแพ้ทางระบบทาง เดินหายใจ
ปาก และ ลิ้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของปอดและการไหลเวียนของโลหิต เช่น ลิ้นมีอาการ ปวดบวม แสดงว่าในปอดมีไขมันมากเกินไป หรือ หลอดเลือดตีบตัน แต่ถ้าหากริมฝีปากแห้งและแตก มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการย่อยอาหาร เช่นในท้อง มีลม ท้องมีสารพิษมากเกินไป หรือในเลือดมีกรดมากเกินไป เหล่านี้เป็นต้น
หู มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ไต เช่น หูอื้อในตอนเช้า หลังตื่นนอนใหม่ ๆ สักพักก็หาย หรือตื่นนอนแล้วฝ่าเท้า มีอาการปวดสักพักก็หาย แสดงว่า ไต มีปัญหาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หรือเป็นอาการของไตอ่อนแอ
ศีรษะ มีอาการวิงเวียนง่วงเหงาหาวนอน มึน ๆ งง ๆ แสดงว่า เป็นนักสะสมความเครียด หรืออาจมีโรคที่เกี่ยวกับระบบการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งอาจเกี่ยวกับเส้นประสาทได้เช่นเดียวกัน ปวด ท้ายทอย แสดงถึงอาการของโรคความดันสูงหรือต่ำ
การ แสดงปฏิกิริยาของโรคมีรายละเอียดอีกมากมาย เพียงแต่นำหลักใหญ่ ๆ มาเสนอให้ผู้ที่สนใจหลินจือได้ รับรู้และเข้าใจเป็นเบื้องต้นก่อน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ นั้นไว้จะเขียนเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต
หลัง จากที่กินหลินจือแล้วการแสดงปฏิกิริยาของโรคในแต่ละคนนั้นจะ ไม่เหมือนกัน แล้วแต่การดูดซับตัวยาในหลินจือของ แต่ละคนมากน้อยที่แตกต่างกัน แต่โดยอัตราเฉลี่ยแล้ว หลังจากกินหลินจือแล้วเกิดการแสดงปฏิกิริยาของโรค จะอยู่ในช่วงประมาณ 1-30 วัน
การวินิจฉัยโรคหรือการแสดงปฏิกิริยาของโรค โดยปรกติแล้ว เมื่อภายในร่างกายของเรามีสิ่ง หนึ่งสิ่งใดผิดปรกติเกิดขึ้น ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่า ภายในร่างกายเกิดอาการผิดปรกติของส่วนใดส่วนหนึ่งหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง ขอให้ช่วยดูแลด้วย ซึ่ง โดยปรกติแล้ว เรามักจะไม่รู้เกี่ยวกับสัญญาณที่ร่างกายส่งเตือนเรา หรือบางปฏิกิริยาที่ส่งสัญญาณนั้นอ่อน หรือเป็นสัญญาณ ที่เราคาดคิดไม่ถึง จึงไม่ได้ให้ความสนใจกี่มากน้อยนัก แต่หลังจากที่กินราชาสมุนไพรหลินจือแล้ว ขบวนการส่งสัญญาณจะชัดขึ้นแรงขึ้น เป็นการบ่งบอก ให้รู้เกี่ยวกับสุขภาพของเรา หรือเป็นโรคใดโรคหนึ่ง บางโรครุนแรงถึงขั้นที่เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็น “ผลข้างเคียง” เรามาทำความรู้จักกับ “สัญญาณการแสดงปฏิกิริยาของโรค” บางส่วน เช่น
ตา เป็นอวัยวะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ตับ เพราะฉะนั้น สัญญาณที่แสดงออกทางตา ดังเช่น ตอนเช้า ตื่นขึ้นมามีขี้ตา ตาแดง (ไม่เกี่ยวกับโรคติดเชื้อตาแดง) ตามัว เป็นสัญญาณที่ร่างกายเตือนให้รู้ว่า ตับ มีปัญญาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
จมูก หรือ ลำคอ ซึ่งอาจทำให้เจ็บจมูกหรือลำคอเจ็บ แห้งผาก จมูกแสบ มักเป็นสัญญาณการขับสารพิษจากภายในร่างกาย แล้วเตือนให้รู้ว่า ร่างกายขาดน้ำให้ดื่มเติม น้ำเข้าภายในร่างกาย ตลอดจนเป็นการแสดงปฏิกิริยาของโรคที่เกี่ยวกับอาการของภูมิแพ้ทางระบบทาง เดินหายใจ
ปาก และ ลิ้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของปอดและการไหลเวียนของโลหิต เช่น ลิ้นมีอาการ ปวดบวม แสดงว่าในปอดมีไขมันมากเกินไป หรือ หลอดเลือดตีบตัน แต่ถ้าหากริมฝีปากแห้งและแตก มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการย่อยอาหาร เช่นในท้อง มีลม ท้องมีสารพิษมากเกินไป หรือในเลือดมีกรดมากเกินไป เหล่านี้เป็นต้น
หู มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ไต เช่น หูอื้อในตอนเช้า หลังตื่นนอนใหม่ ๆ สักพักก็หาย หรือตื่นนอนแล้วฝ่าเท้า มีอาการปวดสักพักก็หาย แสดงว่า ไต มีปัญหาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หรือเป็นอาการของไตอ่อนแอ
ศีรษะ มีอาการวิงเวียนง่วงเหงาหาวนอน มึน ๆ งง ๆ แสดงว่า เป็นนักสะสมความเครียด หรืออาจมีโรคที่เกี่ยวกับระบบการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งอาจเกี่ยวกับเส้นประสาทได้เช่นเดียวกัน ปวด ท้ายทอย แสดงถึงอาการของโรคความดันสูงหรือต่ำ
การ แสดงปฏิกิริยาของโรคมีรายละเอียดอีกมากมาย เพียงแต่นำหลักใหญ่ ๆ มาเสนอให้ผู้ที่สนใจหลินจือได้ รับรู้และเข้าใจเป็นเบื้องต้นก่อน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ นั้นไว้จะเขียนเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต
หลัง จากที่กินหลินจือแล้วการแสดงปฏิกิริยาของโรคในแต่ละคนนั้นจะ ไม่เหมือนกัน แล้วแต่การดูดซับตัวยาในหลินจือของ แต่ละคนมากน้อยที่แตกต่างกัน แต่โดยอัตราเฉลี่ยแล้ว หลังจากกินหลินจือแล้วเกิดการแสดงปฏิกิริยาของโรค จะอยู่ในช่วงประมาณ 1-30 วัน
ที่มา http://www.lingzhithai.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น