เอาเข้าสู่ร่างการทุกวิถีทาง กิน ฉีด ทา ผ่า สูด รัด
ยอมโดยไม่เคยคิดถึงผู้ที่รองรับคำว่างาม คือร่างกายเรานั้นเขารับได้ไหม เป็นภาระให้เขาไหม ลำพังเขากำจัดขยะที่เรากิน หรือกำจัดขยะที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทำงานของร่างกายเองก็มากพอแล้วโดยส่วนมากแล้ว ไม่มีใครเคยคิดถึงกัน
ฉันงาม ฉันหล่อ ฉันสวย ก็พอเรื่องอื่นฉันไม่รู้
แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เมื่อนำเข้าสู่ร่างกายแล้ว ช่วยให้ระบบร่างกายเขาทำงานดีขึ้น ไม่เป็นภาระให้เขา ช่วยให้เลือดลมไหลคล่องขึ้น
ซึ่งแน่นอนเลือดลมดี มีสารอาหารครบถ้วนเอาไปเลี้ยงเซลล์ ทุกเซลล์ในร่างกาย ส่งผลให้ความงามจากข้างในปรากฏออกมาภายนอก สิ่งนั้นคือเห็ดหลินจือ
เรื่องนี้ อาจารย์ธวัชชัย ชลินทราวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญราชาสมุนไพร หลินจือ กล่าวไว้
“หลินจือกับความงาม”
เป็นที่กล่าวขวัญกันมาแต่โบร่ำโบราณกันทีเดียว
ก่อนที่จะทำความเข้าใจกับเรื่องของความงามนั้น
เรามาทำความเข้าใจกับความงามสมัยโบราณกับความงามในสมัยนี้
ว่ามีความแตกต่างกันอย่างใดบ้าง?
“ความงาม” ย่อมแน่นอน ต้องหมายถึง “ผู้หญิง” ซึ่งความงามของผู้หญิงในสมัยโบราณของจีน หรืออาจจะพูดว่า “หญิงงามในเอเชีย” มักจะมีลักษณะคล้ายกัน สาวใดจะมีความงามเป็นที่ยกย่องกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั้น อันดับแรกจะต้องมีผิวพรรณขาวนวลประดุจหิมะ ใบหน้ารูปไข่ รูปลักษณะนิ่มนวลอ่อนหวานอ่อนช้อย แต่สาวยุคใหม่สมัยนี้ จะเป็นที่ยอมรับได้นั้น ไม่เฉพาะมีลักษณะคล้ายสมัยโบราณบางด้าน แต่สิ่งสำคัญจะต้องเน้นตรงที่ ต้องกล้าแสดงออก มีพลังโดดเด่น มีความรอบรู้ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ที่สำคัญ ต้องมีกึ๋นในสมองด้วย
หมอจีนโบราณได้ย้ำว่า “หลินจือ” ช่วยให้ผู้หญิงมี “ความงาม” ที่ชัดเจนอย่างยิ่ง ในสมัยโบราณหมอจีนไม่ได้เน้นมากมายว่า ทำไม “หลินจือ” ช่วยให้มีความสวยความงาม เพียงแต่ย้ำว่า กิน “หลินจือ” แล้วจะ “สวย” จะ “งาม” แน่นอน เพราะ “หลินจือ” จะช่วยปรับในเรื่องของ “หยิน-หยัง” “พลังลมปราณ” (หรือ “ชี่”) และรวมไปถึงความสมดุลของ “เบญจธาตุ” นั่นหมายถึง “ความสมดุลในระบบภายใน” นั่นเอง
สาวยุคใหม่ที่จะมีความสวยความงามจาก “หลินจือ” ได้นั้น มาจากการปรับตัวภายในร่างกาย โดย “หลินจือ” สามารถ ปรับอวัยวะภายในของเราให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น การทดแทนของเก่าด้วยของใหม่ในเซลล์ผิวหนัง การปรับประสิทธิภาพของลำไส้ รวมทั้งการปรับแบคทีเรียในลำไส้ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
นอกจากนั้น “หลินจือ” ยังมีประสิทธิภาพเพิ่มพละพลังให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่า มีความสดชื่น กำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งสกปรกในระบบการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นให้เซลล์สมองมีประสิทธิภาพที่ชัดเจน ล้วนแล้วแต่เป็นการเพิ่มเติมให้ประโยชน์ต่อความงามของหญิงสาวทั้งสิ้น
หมอจีนบอกไว้ว่า ในการกิน “หลินจือ” เพื่อเข้าไปรับสภาพดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะจะปรับความงามความสดใสให้กับใบหน้าที่ค่อนข้างชัดเจนมากทีเดียว ตลอดจนฟื้นฟูสุขภาพที่แข็งแรง ชะลอความแก่ ตัวเบาไม่แก่เฒ่า แล้วมาถึงการเสริมใบหน้าให้มี “โหงวเฮ้ง” ที่ดี เป็นที่ชื่นชอบ เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้พบเห็น
“หลินจือ” เสริม “โหงวเฮ้ง” คนเราเกิดมาในโลกนี้ ย่อมไม่มีใบหน้าที่เหมือนกัน ใบหน้าของแต่ละคน ย่อมมีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันไป“ความงาม” ย่อมแน่นอน ต้องหมายถึง “ผู้หญิง” ซึ่งความงามของผู้หญิงในสมัยโบราณของจีน หรืออาจจะพูดว่า “หญิงงามในเอเชีย” มักจะมีลักษณะคล้ายกัน สาวใดจะมีความงามเป็นที่ยกย่องกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั้น อันดับแรกจะต้องมีผิวพรรณขาวนวลประดุจหิมะ ใบหน้ารูปไข่ รูปลักษณะนิ่มนวลอ่อนหวานอ่อนช้อย แต่สาวยุคใหม่สมัยนี้ จะเป็นที่ยอมรับได้นั้น ไม่เฉพาะมีลักษณะคล้ายสมัยโบราณบางด้าน แต่สิ่งสำคัญจะต้องเน้นตรงที่ ต้องกล้าแสดงออก มีพลังโดดเด่น มีความรอบรู้ และมีสุขภาพที่แข็งแรง ที่สำคัญ ต้องมีกึ๋นในสมองด้วย
หมอจีนโบราณได้ย้ำว่า “หลินจือ” ช่วยให้ผู้หญิงมี “ความงาม” ที่ชัดเจนอย่างยิ่ง ในสมัยโบราณหมอจีนไม่ได้เน้นมากมายว่า ทำไม “หลินจือ” ช่วยให้มีความสวยความงาม เพียงแต่ย้ำว่า กิน “หลินจือ” แล้วจะ “สวย” จะ “งาม” แน่นอน เพราะ “หลินจือ” จะช่วยปรับในเรื่องของ “หยิน-หยัง” “พลังลมปราณ” (หรือ “ชี่”) และรวมไปถึงความสมดุลของ “เบญจธาตุ” นั่นหมายถึง “ความสมดุลในระบบภายใน” นั่นเอง
สาวยุคใหม่ที่จะมีความสวยความงามจาก “หลินจือ” ได้นั้น มาจากการปรับตัวภายในร่างกาย โดย “หลินจือ” สามารถ ปรับอวัยวะภายในของเราให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น การทดแทนของเก่าด้วยของใหม่ในเซลล์ผิวหนัง การปรับประสิทธิภาพของลำไส้ รวมทั้งการปรับแบคทีเรียในลำไส้ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
นอกจากนั้น “หลินจือ” ยังมีประสิทธิภาพเพิ่มพละพลังให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่า มีความสดชื่น กำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งสกปรกในระบบการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นให้เซลล์สมองมีประสิทธิภาพที่ชัดเจน ล้วนแล้วแต่เป็นการเพิ่มเติมให้ประโยชน์ต่อความงามของหญิงสาวทั้งสิ้น
หมอจีนบอกไว้ว่า ในการกิน “หลินจือ” เพื่อเข้าไปรับสภาพดังที่กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะจะปรับความงามความสดใสให้กับใบหน้าที่ค่อนข้างชัดเจนมากทีเดียว ตลอดจนฟื้นฟูสุขภาพที่แข็งแรง ชะลอความแก่ ตัวเบาไม่แก่เฒ่า แล้วมาถึงการเสริมใบหน้าให้มี “โหงวเฮ้ง” ที่ดี เป็นที่ชื่นชอบ เป็นที่รักใคร่เอ็นดูของผู้พบเห็น
และจากใบหน้านี่แหละที่ทำให้คนเราสามารถมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตใจของผู้นั้นได้ชัดเจน ว่าเป็นคนมีนิสัยและพฤติกรรมเช่นใด
ใบ หน้าบางคน ให้ความรู้สึกที่ดี เป็นที่รักใคร่เอ็นดูต่อผู้พบเห็น แม้จะเพิ่งเจอหน้ากัน ในขณะที่บางคน กลับเป็นที่เหม็นหน้าของผู้พบเห็น แม้จะเพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกก็ตาม บางคนมีเสน่ห์ บางคนเห็นแล้วไม่อยากมอง
การที่ใบหน้าของคนเรามีการแสดงออกต่อผู้พบเห็นนั้น หมอจีนบอกว่า
มาจากผลกระทบของจิตใจและอวัยวะภายในที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
ในตำราหมอจีนกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า
ผู้ใด ตับ มีปัญหา บกพร่อง อักเสบ หรือเจ็บป่วย ย่อมเป็นคนที่กริ้วโกรธ โมโหได้ง่าย
ผู้ใด ม้าม มีปัญหา บกพร่อง อักเสบ หรือเจ็บป่วย ย่อมเป็นคนที่กลัดกลุ้ม หงุดหงิด
ผู้ใด ปอด มีปัญหา บกพร่อง อักเสบ หรือเจ็บป่วย ย่อมเป็นคนที่อมทุกข์ มองโลกในแง่ร้าย
ผู้ใด ไต มีปัญหา บกพร่อง อักเสบ หรือเจ็บป่วย ย่อมเป็นคนที่มักจะหวาดผวา หวาดกลัวอยู่เสมอ
ดังนั้น การแสดงออกทางสีหน้า ไม่ว่าจะดีใจ โกรธ เศร้า สุข ย่อมมีส่วนสัมพันธ์กับสุขภาพของผู้นั้นอย่างชัดเจน
เพราะฉะนั้น สำหรับผู้ที่กิน “หลินจือ” เป็นประจำ หมอจีนกล่าวย้ำว่า
บุคคล ผู้นั้นย่อมค่อย ๆ คลายความเหม่อลอย คลายความเศร้าและความทุกข์ออกจากจิตใจ พร้อมกับมีสภาพร่างกายที่ค่อย ๆ ฟื้นฟูแข็งแรงขึ้น ใบหน้าจะสดใส ริมฝีปากจะประทับด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริง ใบหน้าก็มักจะปรากฏให้เห็นถึงความมีสง่าราศี
อาการที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ก็เพราะ “หลินจือ” ที่เข้าไปปรับสภาพอวัยวะภายในของผู้นั้นให้มีความแข็งแรง ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น ปรับระบบฮอร์โมนให้ดีขึ้น ปรับระบบการไหลเวียนของโลหิตให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
เมื่อสร้างระบบภายในร่างกายของผู้กิน “หลินจือ” เกิด “ความสมดุล”
ความสวยความงามของผู้กิน “หลินจือ” ย่อมเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่สุขภาพที่แข็งแรงสมดุล ผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวล ใบหน้าที่เปล่งปลั่ง จิตใจที่เบิกบาน
ใจงาม กายงาม
ที่มา... http://www.lingzhithai.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น